วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประวัติผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก

ประวัติของ B.P. ผู้ก่อกำเนิดลูกเสือโลก

B.P. คือ โรเบิร์ต สติเฟนสัน สไมธ์ เบเดน เพาเวลล์ ( Robert Stephenson Smyth
Baden Powell หรือ ลอร์ด เบเดน เพาเวลล์ แห่งกิลเวลล์ ผู้ก่อกำเนิดลูกเสือโลก เป็นชาวอังกฤษเกิดที่กรุงลอนดอน เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 ( ค.ศ. 1857 ) บ้านเลขที่ 6 ถนนสเตนโฮฟ
และคาสเตอร์เกต ลอนดอนตะวันตก
บิดาชื่อ H.G.Baden Powell เป็นศาสตราจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด เป็นพระนักบวชในคริสต์ศาสนา สอนวิชาคณิตศาสตร์ และธรรมชาติศึกษาถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 64 ปี ขณะที่ B.P. อายุได้ 3 ปีเท่านั้น
มารดาชื่อ เบนรี แอตต้า เกรซ สไมธ์ของพลเรือเอก วิลเลียม เฮนรี วิลเลียม เฮนรี สไมธ์ มารดา
ของ B.P.ภรรยาคนที่ 3 มีบุตรกับบิดา B.P. รวม 10 คน B.P. เป็นบุตรคนที่ 8 ( เป็นบุตรชายคนที่ 6 ) ต่อมาตายเสีย 3 คน คงเหลือ 7 คน ( ชาย 6 คน หญิง 1 คน ) เมื่อบิดา B.P. ถึงแก่กรรม มารดา B.P. จึงคงเลี้ยงบุตรทั้ง 7 คน มาด้วยความเหนื่อยยาก มารดาของ บี.พี. ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 90 ปีเศษ ( พ.ศ. 2457 )
วัยเด็ก พ.ศ. 2400 – 2419 ( ค.ศ. 1857 – 1876 )
เมื่อเล็กก่อนเข้าโรงเรียน มารดาเป็นผู้สอน อ่าน เขียน ทำเลข และวาดเขียน ขณะเมื่อมาพักผ่อนอยู่กับคุณตา คุณตาฝึกว่ายน้ำ เล่นสเกต ขี่ม้า หัดวัดปริมาณแสงแดดในเวลากลางวัน สังเกตแสงแดดในเวลากลางวัน สังเกตดวงดาวเวลากลางคืน B.P. ชอบร้องเรียนเสียงสัตว์และเสียงนกต่าง ๆ ชอบแสดงท่าขบขันต่าง ๆ การดูนก
เมื่ออายุ 11 -12 ปี เข้าเรียนในโรงเรียนประจำ “ โรส ฮิลล์ ” ( Rose Hill )
ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษา เป็นโรงเรียนใกล้บ้าน ชอบหนีไปเที่ยวในป่าหลังโรงเรียน สังเกตรอยเท้าสัตว์ ฟังเสียงสัตว์ 4 เท้า และนก ชอบเล่นกีฬา ชอบเป็นผู้นำ
เมื่ออายุ 13 – 19 ปี ต่อมาย้ายไปอยู่โรงเรียน Tunbridge well เมื่อเรียนจบ
เข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาที่ชาเตอร์เฮาส์ อยู่เป็นนักเรียนประจำ เป็นโรงเรียน
ปับลิคสกูลของอังกฤษ เรียนอยู่ 2 ปี ก็ย้ายออกไปอยู่ชนบทนอกกรุงลอนดอน
ณ เมืองโกคาลมิง แค้วนเซอร์เรย์ รอบ ๆ บริเวณโรงเรียนเป็นป่า มีลำธาร B.P.
ฝึกกีฬาฟุตบอล ฟันดาบ ยิงปืน ขี่ม้า โต้วาที วาดภาพ แสดงละคร ฯลฯ
เมื่อจบการศึกษา จึงสอบเข้าที่โรงเรียนนายทหาร ณ แซนเฮอร์สต์ ( Sandhurst )


ชีวิตทหาร พ.ศ. 2419 – 2453 ( ค.ศ. 1876 – 1910 )
B.P. ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยได้ 2 ปี สอบได้อันดับ 5 จากนักเรียนทั้งหมด 718 คน ได้ยศร้อยตรีแห่งกองทัพอังกฤษ เมื่ออายุ 19 ปี ออกประจำการที่กรมทหารม้า
ฮุสซาร์ที่ 13 ในอินเดีย อยู่นานถึง 8 ปี ( ค.ศ.1876 – 1884 ) ครั้งสุดท้าย ได้ยศ
ร้อยเอก ระหว่างรับราชการใหม่ ๆ ได้เงินเดือนปีละ 120 ปอนด์ B.P. ใช้จ่ายอย่าง
อดออม งดการสูบบุหรี่ หาเงินจุนเจือโดยการเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ และเลี้ยงม้าขาย จึงพอใช้จ่าย
ระหว่างเป็นทหารมีการย้ายไปอยู่อินเดีย และแอฟริกา

ปี พ.ศ. 2413 ( ค.ศ. 1888 ) ปราบกบฎ ซูลู
B.P. อายุได้ 31 ปี ได้ยศร้อยเอกได้รับคำสั่งให้ไปปราบกบฎพวกซูลู ในแอฟริกา
ซึ่งมี “ ดินิซูลู ” เป็นหัวหน้า แต่จับไม่ได้ เพราะ “ ดินิซูลู” หนีไปเสียก่อน
ในการปราบกบฎครั้งนี้ B.P. ได้รับความรู้นำมาใช้ในกิจการลูกเสือ 2 อย่าง คือ
1. บทเพลง “ อินกอนยามา” มาสอนเด็กๆ
หัวหน้านำ Eengonyaa Gonyama
( อินกอน – ยา – มา ) กอน – ยา – มา )
ลูกคู่ Invooboo yaboh yaboh Invooboo
( อิน – วู – บู ยา – โบห์ ยา – โบห์ อิน – วู – บู )
2. สร้อยคอของ ดินิสซูลู แกะด้วยท่อนไม้เล็กๆ ประมาณ 1,000 กว่าท่อน ( บางตำราว่าทำมาจากกระดูกสัตว์ 100 กว่าชิ้น ) เป็นเครื่องรางคล้องคอ B.P. นำมาเป็นบีดส์ ( Beads ) ใช้เป็น เครื่องหมาย วูดแบดจ์ มอบให้แก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่ผ่านหลักสูตรลูกเสือของกิลเวลล์ปาร์ค

พ.ศ. 2433 – 2436 ( ค.ศ. 1890 – 1993 )
B.P. ได้เลื่อนยศเป็นนายพันตรี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยทูตทหาร เป็นนายทหารคนสนิทของผู้ว่าราชการ เกาะมอลต้า ทำหน้าที่สืบราชการลับ


พ.ศ. 2438 ( ค.ศ 1895 )
เมื่อ B.P. ย้ายไปรับราชการที่ไอร์แลนด์ 2 ปี (ค.ศ. 1895 ) ได้รับคำสั่งให้ไป
ปราบพวกอซันติ ทางฝั่งทะเลแอฟริกาตะวันตก ( ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ
ฆามา ) ซึ่งเป็นเผ่าซูลูที่ดุร้าย มีกษัตริย์ชื่อ เปรมเปห์
อังกฤษให้ควบคุมคนพื้นเมืองสร้างถนนยาว 74 ไมล์ จากฝั่งทะเลผ่านป่า
บึง ไปยังเมือง ดูมาลี และทำสนธิสัญญาไม่ค้าทาส และรบกวนกัน เปรมเปห์ ผิดสัญญา เมื่อ บี.พี. ยกทัพมา ไม่ทันรบกัน เพราะเปรมเปห์ ขอหย่าศึกยอมแพ้แก่ B.P. เสียก่อน ประสบการณ์จากการสงครามครั้งนี้ B.P. ได้นำมาใช้ในการอบรมลูกเสือคือ
1. การบุกเบิก ได้แก่ การสร้างสะพาน การโค่นต้นไม้ การสร้างที่พักชั่วคราว การใช้ไม้พลองยาวที่มีเครื่องหมายบอกความยาว ( ใช้วัดความยาว ความสูง ความลึก ของแม่น้ำ และใช้ค้ำยัน
2. ใส่หมวกปีกกว้าง ( ค.ศ. 1896 ) แบบโคบาลใช้กันแดด ชาวเมืองจึงเรียก B.P. ว่า “ คันตาไก” ( Kantakye ) แปลว่าคนหมวกปีกใหญ่ ต่อมาใช้ในกิจการลูกเสือ
3. B.P. สังเกตเห็นชาวเมืองแสดงความเป็นมิตรกันด้วยการจับมือซ้าย ( มือขวาถืออาวุธ )จึงนำมาใช้ในกิจการลูกเสือต่อมา B.P.ได้เลื่อนยศเป็นพันโท
พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896 )
B.P. ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการประจำกองทัพไปปราบกบฎมาตามิลิแลนด์ ซึ่งเป็นเผ่าซูลูพื้นเมืองทรานสวาล ถูกพวกโมเออร์ขับไล่ จึงอพยพไปอยู่ในโรดีเซีย ตอนใต้ ได้ก่อการกบฎต่ออังกฤษ B.P. ได้ทำการสอดแนมออกหาข่าวปฏิบัติงานในเวลากลางคืนด้วยความเข้มแข็ง พวกมาตามิลิจึงให้ฉายาว่า “ Impeesa ” ( อิมปิซา ) แปลว่า หมาป่าที่ไม่เคยหลับ ( สุนัขป่าที่ตื่นอยู่เสมอ ) อเมริกาให้ฉายาว่า “ The Never Sleep ”
หลังจากนั้นถูกย้ายไปอยู่ในอินเดียอีกครั้งหนึ่ง เลื่อนยศเป็นพันเอก เป็นผู้บัญชากรมทหารตรากูนการ์ดที่ 5
B.P. ทำหน้าที่อบรมทหารให้รู้จักการสอดแนม แบ่งหมู่กันคอยควบคุมรับผิดชอบ แจกรางวัลปฏิบัติงานดีเด่น ( เครื่องหมายรูปลูกศรของเข็มทิศ )
พ.ศ. 2442 ( ค.ศ. 1899 )
B.P. ได้รับคำสั่งให้ไปแอฟริกาใต้ เพื่อเตรียมการป้องกันการรุกรานของพวก
โบเออร์ ( Boer ) ซึ่งเป็นชาวฮอลันดา และฝรั่งเศส ที่อพยพไปอยู่แอฟริกาใต้แถวเมือง
ทรานสวาล และออเรนจ์ฟรีสเตท ตั้งตัวเป็นเอกราชเรียกว่าพวก โมเออร์รีปับลิค
B.P. เดินทางไปถึงประมาณเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1899 ก็จัดระดมทหารฝึกหัดให้เกิดความสามารถหลายด้านจนถึงเดือนกันยายนในปีนั้นได้สำเร็จ 2 กองพัน จัดกองพันหนึ่งรักษาเมือง มูลาวาโย ส่วน B.P. นำอีกกองพันหนึ่งไปรักษาเมือง มาฟอีคิง พวกกบฎโมเออร์ ประกาศสงครามกับอังกฤษยกทหารไปล้อมเมือง มาฟอีคิง นานถึง 217 วัน ก็ยังตีชิงเมืองไม่ได้ จนกระทั่ง อังกฤษยกกองทัพไปช่วย พวกโบเออร์ จึงล่าถอยไป
พ.ศ. 2450 อำลาชีวิตทหาร
เมื่อเสร็จสงครามครั้งนี้ ควีนวิคตอเรียได้เลื่อนยศ B.P. เป็นพลตรี เมื่อครบอายุ 50 ปี ปลดเกษียณ เป็นทหารกองหนุนเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2450 ( ค.ศ. 1907 ) รับเงินเดือนครึ่งหนึ่ง และได้เลื่อนยศเป็นพลโท
พ.ศ. 2451 ( ค.ศ. 1908 )
กระทรวงกลาโหมขอให้ B.P. กลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาหน่วยรักษาดินแดน ประจำภาคเหนือของอังกฤษ และอีก 2 ปีต่อมาก็ลาออก ( เมื่อ พ.ศ. 2453 )
ชีวิตการเป็นลูกเสือ พ.ศ. 2450-2484 (ค.ศ. 1907-1941)
พ.ศ. 2450 B.P. เห็นความสำคัญของเด็ก จึงรวมเด็ก 20 คน ( รวมหลานของท่านอีก 1 คน รวมเป็น 21 คน ) จัดพาไปอยู่ค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์ซี
(Brown sea Island) เป็นเวลา 9 คืน (ตั้งแต่คืนวันที่ 31 ก.ค. 2450 ถึงเช้าวันที่ 9 ส.ค. 2450 ) ฝึกระบบหมู่ได้ผลเกินคาด ในการอยู่ค่ายพักแรมครั้งนี้เสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 ชิลลิง 6 เพนนี ส่วนบุตรผู้ที่มีฐานะดีเสียคนละ 1 ปอนด์)ผลการฝึก เกิดความสนุกสนาน
ได้ความรู้ ความสามัคคี ผู้ปกครองพอใจ เด็กพึ่งตนเองได้ การอยู่ค่ายพักแรมครั้งนี้
ถือเป็นการกำเนิดลูกเสือครั้งแรกในโลก

พ.ศ. 2451 ( ค.ศ. 1908 )
B.P. ได้เขียนหนังสือลูกเสือสำหรับเด็กชายขึ้น ( Scouting for boy ) เป็นหนังสือ
เล่มแรกในองค์การลูกเสือ กิจการลูกเสือเจริญก้าวหน้าในอังกฤษอย่างมาก
พ.ศ. 2452 ( ค.ศ. 1909 )
B.P. จัดชุมนุมลูกเสือแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกที่พระราชวังคริสตัล ( Crystal Palace ) ในกรุงลอนดอนมีลูกเสือเข้าร่วม 11,000 คน B.P. ได้รับพระราชทานเหรียญตรา “ Knight Commander of the Victorian Order ” มีบรรดาศักดิ์เป็นเซอร์โรเบิร์ต เบเดน เพาเวลล์ กิจการลูกเสือได้แพร่หลายออกไปทั่วโลก

หมายเหตุ กองลูกเสือในเครือจักรภพจัดตั้งในปี พงศ. 2451 ( ค.ศ. 1908 ) ประเทศแคนาดา
ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ พ.ศ. 2452 ( ค.ศ. 1909 ) ประเทศอินเดีย

ประเทศนอกจักรภพที่ตั้งกองลูกเสือ
พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909 ) ประเทศชิลี
พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910 ) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายวิลเลียม ดี. บอยซ์
( William D. Boyce )
พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911 ) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
ทรงสถาปนาเป็นกองลูกเสือไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
พ.ศ. 2454 เป็นประเทศที่ 3 นอกเหนือเครือจักรภพ
พ.ศ. 2453 ( ค.ศ.1910 ) จัดตั้งกองลูกเสือหญิงขึ้นในอังกฤษเรียกว่า “ Girl Guide ”
โดยมี Lady Baden Powell ภรรยาของ B.P.
เป็นผู้ดำเนินการ
พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911 ) ตั้งกองลูกเสือสมุทรเสนาขึ้นเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) สมรสกับมิสโอราฟ เซนต์แคลร์ โซมส์ เมื่อ 30 ตุลาคม ค.ศ
1912 ( อายุ 55 ปี )
พ.ศ. 2457 – 2461 ( ค.ศ. 1914 – 1918 )
เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ลูกเสืออังกฤษช่วยรักษาสะพาน สายโทรศัพท์ ช่วยทำหน้าที่สื่อสาร ช่วยงานในโรงพยาบาล ได้รับเหรียญกล้าหาญวิคตอเรียคอส 11 คน
พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916 ) ตั้งกองลูกเสือสำรองขึ้นเป็นครั้งแรกในอังกฤษเรียกว่า
“ Wolf Cubs ” ในอเมริกาเรียกว่า “ Cub Scouts”
และเรียบเรียงหนังสือ Wolf Cubs Handbook
พ.ศ. 2461 ( ค.ศ. 1918 ) จัดตั้งกองลูกเสือวิสามัญ ( Rover Scouts ) ขึ้นในอังกฤษ
เป็นครั้งแรก ( ในอเมริกาเรียกว่า Explorer )
พ.ศ. 2462 ( ค.ศ. 1919 ) B.P. จัดตั้งสถานฝึกอบรมลูกเสือขึ้นที่ Gillwell Park เป็น
ศูนย์การฝึกอบรมลูกเสือของโลกในอังกฤษ มิสเตอร์เดอบัวส์ แมคลาเรน ซื้อมอบให้ เดือนกันยายน ค.ศ. 1919 เปิดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือรุ่นที่ 1 ( 19 คน )
พ.ศ. 2463 ( ค.ศ. 1920 ) ประเทศต่าง ๆได้มาประชุมลูกเสือครั้งแรกที่อังกฤษ ตั้ง
B.P. เป็น Chief Scout of the World.
พ.ศ. 2465 ( ค.ศ. 1922 ) B.P. แต่งคู่มือลูกเสือวิสามัญ ประชุมลูกเสือโลกครั้งที่ 2
ณ กรุงปารีส และเพื่อเป็นเกียรติแก่ B.P. มีการลงมติให้ B.P. เป็นประมุขของลูกเสือโลกแต่เพียงผู้เดียว
พ.ศ. 2469 ( ค.ศ. 1926 ) ตั้งกองลูกเสือสำหรับเด็กพิการขึ้นในอังกฤษ
พ.ศ. 2472 ( ค.ศ. 1929 ) กษัตริย์อังกฤษทรงเห็นว่า การลูกเสือมีประโยชน์มาก
พระเจ้ายอร์ชที่ 5 จึงทรงตั้ง B.P. เป็น Baron Baden
Powell of Gilwell มีศักดิ์เป็นสมาชิกสภาขุนนาง
พ.ศ. 2484 ( ค.ศ. 1941 ) B.P. ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2484
ณ ประเทศเคนยา ( Kenya ) และศพถูกฝังอยู่ที่นั่น

B.P. เมื่อมีชีวิตอยู่ได้รับสมญา 3 ชื่อ
1. Kantakye ( ผู้สวมหมวกปีกใหญ่ ) ค.ศ. 1896 ที่เมืองอาซันติ
2. Impeesa หรือ The Wolf Never Sleep ( สุนัขป่าที่ตื่นอยู่เสมอ ) ค.ศ. 1899
3. Mafeking Defender ( ผู้ป้องกันเมืองมาฟอีคิง ) ค.ศ. 1900

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น